บทที่ 3 แอ๊บใส

ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที รถกระบะสภาพทรุดโทรม แต่ตัวเครื่องยังคงใช้งานได้อยู่จอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่ขนาดสองชั้น ที่นี่ใหญ่มาก จนเวนิตายังหยุดตื่นตาไม่ได้ ถัดจากบ้านนี้ไป พอเดินไปประมาณยี่สิบนาที ก็จะเจอกับรีสอร์ทสุดหรู

ซึ่งรีสอร์ทแห่งนี้เพิ่งจะเปิดกิจหารไปเมื่อปีที่แล้ว สร้างกำไลให้แดเนียลเยอะมากเลยทีเดียว ที่แห่งนี้มันมหัศจรรย์มากสำหรับเวนิตา พี่รามของเธอเล่าให้ฟังว่าที่นี่มีหมดทุกอย่าง ไร่ผลไม้ ดอกไม้สวยๆ น้ำตก ขนมและของกินอร่อยๆ มีคอกม้า ฟาร์มแพะ แกะ วัวนม แม้แต่กระต่ายก็ยังมี

ทั้งหมดนี่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถของทางรีสอร์ทเยี่ยมชมได้ทุกอย่าง เรียกได้ว่าเสียเงินเยอะแต่คุ้มค่ามาก ทางด้านเวนิตานั้นยังพูดภาษาไทยไม่ได้ชัดสักเท่าไหร่ แต่ก็อยู่ในระดับที่พอฟังรู้เรื่อง ฉะนั้นหญิงสาวจึงคิดว่าตนเองคงไม่มีปัญหาเรื่องการสนทนา เมื่อมาอยู่ที่นี่

“เป็นไงครับเจ้านาย เครื่องมันยังดีอยู่ใช่มั้ย” นายดิน คนงานของไร่ รีบเดินเข้ามาหาผู้ที่ยืมรถของตนไปแกล้งคู่หมั้นสาว คนงานในไร่นับสิบคน เตรียมตัวมาต้อนรับนายหญิงที่ใครๆก็รู้ว่าเจ้านายไม่ได้เต็มใจจะครองคู่ด้วย แล้วยิ่งสภาพรถที่เอาไปรับ มันยิ่งตอกย้ำได้ชัดเลยว่าเจ้านายไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ที่ไร่

“เครื่องมันดีมากเลย ใครก็ได้ช่วยเอาของๆคุณนายไปเก็บที่ห้องที เดือนมาเตรียมตัวทำหน้าที่ล่ามภาษาอังกฤษตั้งแต่วันนี้เลยนะ คุณนายเขายังพูดไทยไม่ค่อยชัด”

“ค่ะ หนูจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” คนใช้ของเขารับคำ จากนั้นคนใช้ผู้ชายจึงรีบหอบสัมภาระของคุณนายไปยังห้องพัก เมื่อเจ้านายที่เพิ่งดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถ เรียกว่าที่เจ้าสาวว่าคุณนาย ซึ่งคำๆนี้มักจะใช้เรียกพวกคนรวยที่เป็นสาวใหญ่แล้วทำเอาทุกคนต่างจินตนาการรูปร่างหน้าตาเวนิตาคนนี้คงจะดูแก่มาก จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมแดเนียลถึงไม่อยากจะแต่งงานด้วย

ทว่าในระหว่างที่คนงานทุกคน รวมถึงอิงอรกำลังจินตนาการถึงรูปร่างของคุณนาย ความจริงก็ปรากฏ ทำเอาหลายๆคนทึ่งจนพูดไม่ออก

“สวัสดีจ้ะ”

เวนิตายกมือไหว้ทุกคนโดยที่ไม่รู้ว่า ความจริงตนไม่จำเป็นต้องไหว้ใครด้วยซ้ำ แต่ก็ทำตามคำแนะนำของพรพิมล ซึ่งเธอบอกว่าอยู่ประเทศไทย ทำตัวอ่อนน้อมน่าจะดีที่สุด

คนใช้พวกนั้นถึงกับรับไหว้แทบไม่ทัน ก่อนที่ความสวยออร่าไอดอลสาวชื่อดังจะสะกดให้ทุกสายตาหันไปจ้องตนเพียงคนเดียว

“โครตสวยเลยว่ะ ยังกับดาราฮอลลีวู้ดแถบเอเชียแน่ะ”

“คนหรือเทพธิดาว่ะเนี่ย”

“นี่หรือสาวสามสิบ ลูกข้าอายุแค่ยี่สิบต้นๆ ถ้ามาเทียบกัน คุณนายยังดูเด็กกว่าเลย”

“สวยชะมัดไม่รู้ว่าเจ้านายทำไมถึงปฏิเสธ”

“ออร่ามากเลยอะ สวยจนฉันเจ็บเลย”

เสียงการชื่นชมของคนงานดังขึ้นทันที ท่าทางตะลึงพร้อมทั้งส่งยิ้มมาให้ ทำให้คุณนายเวนิตาชอบใจไม่น้อยเลยทีเดียว ทว่ากลับมีรอยยิ้มของคนๆหนึ่ง ซึ่งดูไม่ค่อยจะจริงใจนักและคนช่างสังเกตอย่างริต้าก็รู้สึกได้ดี

‘รอยยิ้มของเด็กสาวหน้าหวานคนนั้นมันดูแปลกๆ แฮะ’เธอคิดในใจ แต่ว่าตอนนี้ตนเองยังไม่รู้จักเด็กสาวคนนั้น เจ้าตัวจึงไม่สามารถสรุปได้ว่ารอยยิ้มนั้นมันดูจริงใจหรือไม่ เธอเองก็ยังไม่มั่นใจ ถึงจะรู้สึกได้ว่ามันไม่ชอบมาพากลนัก เธอก็ไม่อยากมองเด็กคนนั้นในแง่ร้ายเสียทีเดียว

ทางด้านเด็กสาวหน้าหวาน

“ยายอิง คราวนี้ศึกใหญ่แล้วล่ะ เจ้าหล่อนเล่นสวยเสียวัวตายความล้มเลย หุ่นก็ฟิตชะมัด รอยยิ้มก็น่ารัก ปากนิดจมูกหน่อยน่าเอ็นดูอย่างกับตุ๊กตาแหนะแก แล้วอีกอย่างนะ หน้าเด็กกว่าแก่ด้วยฮ่าๆ “ รสา เพื่อนสนิทของอิงอร บรรยายความงามของเวนิตาด้วยความจริงใจ จนทำให้แม่สาวร้ายเงียบเริ่มหมั่นไส้

“สวยแล้วไง หน้าเด็กหุ่นดีแล้วไง ถ้าพี่แดนไม่เอาก็คือไม่เอา” ผู้ที่เข้าใจผิดว่าแดเนียลรักตนเองในเชิงชู้สาวคิดเข้าข้างตนเองตามเดิม

“นี่แกน่ะ เผื่อใจไว้บ้างก็ดีนะ อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปได้หมด ผู้หญิงคนนี้ทั้งสวยทั้งมีเสน่ห์ จริตจะก้านก็เป็นเลิศ ดูสิขนาดยืนอยู่เฉยๆ ยังไม่ได้แนะนำตัว คนงานยังจ้องเจ้าหล่อนทุกคนจนไม่สามารถละสายตาไปได้เลย พี่แดนของแกก็ยังชำเลืองมองอยู่เป็นระยะๆด้วยนะ”

ถึงจะเป็นเพื่อนกัน รสาก็เป็นเด็กที่มีเหตุผล ไม่เกลียดใครเพราะเพื่อนอย่างแน่นอน แตกต่างจากเพื่อนสาวของเธอที่เกลียดเวนิตาตั้งแต่ได้ยินแค่ชื่อ ยิ่งพอเวนิตามาสบตาด้วย หล่อนจึงเริ่มจิกกัดด้วยรอยยิ้ม จิกกัดโดยไม่รู้เลย ถ้าหากเวนิตารู้ว่าเด็กสาวไม่ชอบตนเอง เธอก็จะจิกกัดคืนเช่นกัน

“ไม่ เขาต้องแต่งงานกับฉันแกคอยดู” เนื่องจากเป็นคนดื้อรั้นอิงอรจึงไม่ฟังรสาเลยสักนิด คิดว่าการที่แดเนียลอ่อนโยนด้วย คือการรักเชิงชู้สาว

“ฉันชื่อริต้านะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ” เธอแนะนำตัวด้วยท่าทางร่าเริงและเป็นกันเอง แถมยังยิ้มเสียจนตาหยี ดูน่ารักจนคนงานทุกคนยิ้มกว้างว่าเดิมเสียอีก เรียกได้ว่าตอนนี้เวนิตาคือสีสันอย่างหนึ่งของไร่

พวกเขาอยู่กับเจ้านายผู้มีบุคลิกเป็นชายหนุ่มผู้จริงจังไปเสียทุกเรื่อง เขาจะยิ้มเวลามีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเท่านั้น เวลาปกติอย่าว่าแต่รอยยิ้มของลูกจ้างเลย รอยยิ้มของเจ้านายไม่เคยปรากฏขึ้นสักครั้งในตอนทำงาน พอได้เจอคุณนายที่มีท่าทางร่าเริงน่ารัก ทุกคนจึงยิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แดเนียลเริ่มรู้สึกขัดหูขัดตา เนื่องจากคนงานของเขาไม่เคยยิ้มแย้มกันขนาดนี้มาก่อน พอโดนเสน่ห์ของแม่ตัวดีนี่เข้า ถึงกับยิ้มกันจนหน้าบานกว่าดอกทานตะวันในไร่เป็นไหนๆ

“งั้นทุกคนแยกย้ายกันไปพักได้แล้ว เอ่อ...น้องอิงมานี่ก่อนสิ” คนถูกเรียกยิ้มใสซื่อขึ้นทันใด พอรู้ว่าพี่แดนยังไม่ลืมเธอ รสาเองก็เดินไปตามแรงจูงของเพื่อนรักเช่นกัน

“นี่อิงอรน้องสาวบุญธรรมของฉัน ส่วนนี่รสาเพื่อนของอิงอร” สองสาวไหว้เวนิตาด้วยท่าทีนอบน้อม ทางด้านอิงอรนั้น ถึงแม้หน้าตาจะดูยิ้มแย้ม ทว่าในใจกลับตรงกันข้าม เธอเกลียดผู้หญิงคนนี้จนถึงขั้นอยากจะฆ่าให้ตาย

“สวยน่ารักกันทั้งคู่เลยนะ” เวนิตาเอ่ยชมจากใจจริง อิงอรเป็นเด็กผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่ง ผิวคล้ำเพียงเล็กน้อย โครงหน้าดูคมหวานมาก เด็กคนนี้สวยชนิดที่ใครๆเห็นก็ต้องเอ่ยชม แต่ถ้าให้เทียบระหว่าอิงอรกับพรพิมล เธอชอบแบบพรพิมลมากกว่า รายนั้นสวยจนพี่ชายเธอหลงหัวปักหัวปำ

ส่วนรสาเป็นเด็กสาวตัวเล็ก ความสูงของรสานั้นเท่ากับเธอพอดี เรียกได้ว่าทั้งเวนิตาและรสาเป็นสาวร่างเล็ก ผิดกับอิงอรที่ความสูงของเด็กสาวสามารถไปประกวดนางสาวไทยได้สบาย หน้าตาของรสาดูน่ารักและจริงใจมาก ผิดกับอิงอร ที่ภายใต้รอยยิ้มสวยหวานเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เวนิตาไม่ได้อคติอะไรกับเด็กคนนี้ แต่ว่าหล่อนรู้สึกถึงมันได้จริงๆ

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อเดือน ต่อไปนี้จะมาดูแลคุณนาย ถ้าหากว่าคุณนายต้องการจะเรียนรู้ภาษาไทยเพิ่ม หรือว่ามีปัญหาในการสนทนากับคนงานในไร่ คุณนายสามารถเรียกใช้หนูได้เลยนะคะ” เวนิตาแอบขำเบาๆ เนื่องจากตนถูกเรียกว่าคุณนายก่อนที่จะเป็นภรรยาของแดเนียลเสียอีก

“สวัสดีจ้ะ งั้นช่วยพาฉันไปพักที ฉันเหนื่อยมากเลยวันนี้” พูดจบก็โปรยตามองแดเนียลเล็กน้อยและเดินตามเดือนไป

ทางด้านแดเนียลก็เตรียมตัวจะขึ้นไปพักเช่นกัน

“พี่แดนคะ ทานน้ำส้มที่น้องอิงทำก่อนสิคะ น้องอิงทำรอพี่แดนตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วนะ” ทำท่าทีออดอ้อนชนิดที่รสายังยิ้มตาม

ทางด้านสาวเจ้าก็ไม่ลืมที่จะจับตามองแดเนียลเช่นเดิม รอยยิ้มของอิงอรมันดูแปลกมากสำหรับเวนิตา แต่ว่าตอนนี้เธอคงจะยังสรุปอะไรไม่ได้ หญิงสาวหวังว่าสักวันบางอย่างมันต้องเฉลยออกมาเอง

แต่จากที่เธอแอบดู แดเนียลอาจจะรักและสงสารอิงอรเหมือนที่เคยบอกคุณลุงกับคุณป้าจริงๆ ดูจากแววตาที่เขามองอิงอรแล้ว มันเหมือนแววตาเวลาพี่ชายมองน้องสาว หญิงสาวรู้ก็เพราะว่ารามสูรชอบมองตนด้วยแววตาแบบนี้บ่อยๆตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน

‘ไม่ยักรู้ว่าหมอนั่นจะทำหน้าอ่อนโยนแบบนี้ได้ด้วยแฮะ ทีกับฉันไม่เห็นเคยทำ’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป